จีนมีโมเดล AI 40% ของโลก รัฐอนุมัติเพิ่มอีก 40 แบบเมื่อ 6 เดือนก่อน
จีนเป็นประเทศที่มีการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างรวดเร็ว โดยปัจจุบันมีโมเดล AI อยู่ประมาณ 130 แบบ คิดเป็น 40% ของโมเดล AI ทั้งหมดในโลก เพิ่มขึ้นจาก 30% เมื่อ 6 เดือนก่อน สาเหตุหลักมาจากการที่รัฐบาลจีนได้อนุมัติให้บริษัทเทคโนโลยีในประเทศเพิ่มจำนวนโมเดล AI ได้ถึง 40 แบบ เมื่อเดือนสิงหาคม 2566
โมเดล AI ของจีนถูกนำไปใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น การเงิน สุขภาพ การผลิต และโทรคมนาคม โดยโมเดล AI ที่ได้รับการพัฒนาล่าสุด ได้แก่
- โมเดล AI ในการจำแนกโรคมะเร็ง ที่สามารถตรวจพบมะเร็งได้แม่นยำกว่าแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
- โมเดล AI ในการแปลภาษา ที่สามารถแปลภาษาได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
- โมเดล AI ในการเขียนเนื้อหา ที่สามารถเขียนเนื้อหาสร้างสรรค์ได้หลากหลายรูปแบบ
การพัฒนาโมเดล AI ของจีนมีผลกระทบต่อหลายด้าน โดยในด้านเศรษฐกิจ โมเดล AI จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุนการผลิต ในด้านสังคม โมเดล AI จะช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตและเพิ่มความปลอดภัยในชีวิตของประชาชน ในด้านความมั่นคง โมเดล AI จะช่วยพัฒนาเทคโนโลยีทางการทหารของจีนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม การพัฒนาโมเดล AI ของจีนก็ก่อให้เกิดความกังวลจากนานาประเทศ เนื่องจากจีนมีศักยภาพที่จะนำโมเดล AI ไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ที่ไม่เหมาะสม เช่น การเผยแพร่ข้อมูลเท็จหรือการโจมตีทางไซเบอร์
รัฐบาลจีนได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาโมเดล AI โดยได้ออกกฎหมายและกฎระเบียบเพื่อกำกับดูแลการพัฒนาโมเดล AI ของจีนอย่างเข้มงวด อย่างไรก็ดี นานาประเทศยังคงจับตาดูการพัฒนาโมเดล AI ของจีนอย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินผลกระทบต่อความมั่นคงของโลก
เจ้าของ SME หลายคนเลือกเปิดใช้งาน Google Workspace ด้วยตัวเอง เพราะเห็นว่าหน้าเว็บไซต์ของ Google สมัครได้ง่ายเพียงไม่กี่ขั้นตอน แค่กรอกข้อมูลและผูกบัตรเครดิตก็เริ่มใช้งานได้ทันที แต่หลังจากผ่านไปสักพัก ปัญหาที่ตามมามักจะเป็นเรื่องการตั้งค่าฟีเจอร์ที่ซับซ้อน การย้ายข้อมูลอีเมลเก่าที่ไม่สมบูรณ์ หรือการติดปัญหาทางเทคนิคใน Admin
วันที่พนักงานลาออก สิ่งที่บริษัทกังวลไม่ใช่แค่การหาคนใหม่มาแทน แต่คือข้อมูลมหาศาลที่อยู่ในบัญชี Google Workspace ของพนักงานคนนั้น ทั้งอีเมลที่คุยกับลูกค้าไฟล์งานสำคัญใน Drive หรือตารางนัดหมายใน Calendar หลายบริษัทชะล่าใจเพราะคิดว่า Google เก็บข้อมูลไว้ให้ 30 วัน
การเลือกแพ็กเกจ Google Workspace ให้บริษัท มักกลายเป็นเรื่องน่าปวดหัวสำหรับเจ้าของธุรกิจหรือผู้บริหาร เพราะเมื่อดูหน้าเว็บไซต์ของ Google จะพบรายละเอียดทางเทคนิคที่ซับซ้อนและศัพท์ภาษาอังกฤษเต็มไปหมด หลายบริษัทเลือกแพ็กเกจ Business Starter เพราะราคาถูกที่สุด แต่เมื่อใช้งานจริงไปเพียง 6 เดือน
ลองเช็กดูเล่น ๆ ไหมว่า ในหนึ่งวัน ทีมขายหรือทีมบริการลูกค้า (CS) ของคุณเสียเวลาไปกับการนั่งจ้องหน้าจอเพื่อ “ร่างอีเมลภาษาอังกฤษ” นานแค่ไหน? หลายบริษัทที่ ecom เข้าไปดูแล พบว่าพนักงานต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงต่อวันเพียงเพื่อจะเรียบเรียงประโยคให้ดูเป็นมืออาชีพ หรือพยายามแกะเนื้อหาจากอีเมลโต้ตอบภาษาอังกฤษที่ยาวเหยียดจนอ่านไม่หวาดไม่ไหว หากบริษัทคุณกำลังประสบปัญหานี้อยู่
ทุกปีที่ Google จัดงาน Cloud Next คนส่วนใหญ่มักจะตามข่าวแค่ว่ามีโมเดล AI ตัวใหม่ออกมาอีกกี่ตัว และเก่งขึ้นเท่าไหร่ แต่ปีนี้ประเด็นลึกกว่านั้น เพราะ Google ประกาศชัดว่ายุคของ AI ที่ทำหน้าที่แค่ตอบคำถามกำลังจะจบ
ในยุคที่ทุกแบรนด์แข่งขันกันดึงดูดความสนใจ สิ่งที่จะตัดสินว่าคุณจะถูกจดจำหรือถูกมองข้าม มักขึ้นอยู่กับสิ่งเดียว นั่นคือคุณเล่าเรื่องของตัวเองได้ดีแค่ไหน หลายคนอาจเคยเห็นเทคโนโลยี Projection Mapping หรือผลงาน Immersive & Installation ระดับโลกผ่านโซเชียลมีเดีย หรือเคยได้สัมผัสประสบการณ์แสง สี เสียง
ในยุคที่ข้อมูลถาโถม (Information Overload) การหาคำตอบที่ถูกต้องจากเอกสารนับร้อยหน้าอาจใช้เวลาทั้งวัน ecom ขอเสนอหลักสูตรที่จะเปลี่ยนวิธีการทำงานของทีมคุณไปตลอดกาล ด้วยพลังของ Grounded AI คอร์ส NotebookLM ใช้ AI ย่อยข้อมูลในองค์กร จบในคอร์สเดียว
ยกระดับการทำงานของทีมในยุค AI ผู้เรียนจะได้เรียนรู้การใช้ Gemini ผู้ช่วยอัจฉริยะใน Google Workspace เพื่อลดงานซ้ำซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพ และคุณภาพในการทำงาน ผ่านการบรรยายและการสาธิตการใช้งานจริง ช่วยให้ทีมของคุณใช้งาน Gemini ได้จริงในทุกแอปของ Google