DeepMind บริษัทวิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์ชั้นนำของ Google ได้เปิดตัว SIMA (Scalable Intrinsically Motivated Agents) ปัญญาประดิษฐ์รูปแบบใหม่ที่ถูกฝึกฝนให้เล่นเกมหลากหลายประเภทในลักษณะคล้ายมนุษย์ โดยไม่ต้องพึ่งพาข้อมูลหรือโปรแกรมเฉพาะเกม
SIMA เรียนรู้ที่จะเล่นเกมด้วยตัวเอง โดยใช้เทคนิคการเรียนรู้แบบเสริมแรง (reinforcement learning) ผ่านการลองผิดลองถูก ค้นหา กลยุทธ์ และเทคนิคต่างๆ ที่ช่วยให้ชนะเกม เปรียบเสมือนเด็กทารกที่เรียนรู้การเดิน วิ่ง และเล่นต่างๆ ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องมีใครสอน
จุดเด่นของ SIMA
- เรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง: SIMA ไม่ต้องพึ่งพาข้อมูลหรือโปรแกรมเฉพาะเกม แต่สามารถเรียนรู้วิธีเล่นเกมต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง
- เล่นเกมได้หลากหลาย: SIMA สามารถเล่นเกมได้หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นเกมแนวกลยุทธ์ เกมแอคชัน เกมผจญภัย ฯลฯ
- เล่นเกมได้เก่ง: SIMA สามารถเล่นเกมได้เก่งเทียบเท่าหรือดีกว่ามนุษย์ในบางเกม
ผลลัพธ์ที่น่าทึ่ง
SIMA ได้ถูกทดสอบกับเกมหลากหลายประเภท ผลลัพธ์ที่ได้แสดงให้เห็นว่า SIMA สามารถเรียนรู้วิธีเล่นเกมและเอาชนะเกมได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาข้อมูลหรือโปรแกรมเฉพาะเกม ตัวอย่างผลงานที่โดดเด่นของ SIMA ได้แก่
- SIMA สามารถเอาชนะเกม Atari Breakout ได้ในเวลาเพียง 15 นาที
- SIMA สามารถเล่นเกม Go ได้เก่งเทียบเท่าผู้เล่นมืออาชีพ
- SIMA สามารถเล่นเกม Dota 2 ได้อย่างคล่องแคล่ว
ความสำคัญของ SIMA
SIMA แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของปัญญาประดิษฐ์ในการเรียนรู้และทำกิจกรรมต่างๆ ที่ซับซ้อนได้โดยไม่ต้องพึ่งพาข้อมูลหรือโปรแกรมเฉพาะ เทคโนโลยีนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในหลากหลายสาขา เช่น การศึกษา การแพทย์ การพัฒนาธุรกิจ ฯลฯ
SIMA ช่วยให้เราเข้าใจธรรมชาติของการเรียนรู้
SIMA ช่วยให้เราเข้าใจธรรมชาติของการเรียนรู้มากขึ้น โดยการสังเกตุวิธีการที่ SIMA เรียนรู้เล่นเกม เราสามารถเรียนรู้กลไกการเรียนรู้ของสมองมนุษย์ พัฒนาเทคนิคการสอนเด็ก และสร้างระบบปัญญาประดิษฐ์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
อนาคตของ SIMA
DeepMind กำลังพัฒนา SIMA ต่อไปเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและขยายขีดความสามารถ เทคโนโลยีนี้มีศักยภาพที่จะเปลี่ยนแปลงโลกของเราในอนาคต
เจ้าของ SME หลายคนเลือกเปิดใช้งาน Google Workspace ด้วยตัวเอง เพราะเห็นว่าหน้าเว็บไซต์ของ Google สมัครได้ง่ายเพียงไม่กี่ขั้นตอน แค่กรอกข้อมูลและผูกบัตรเครดิตก็เริ่มใช้งานได้ทันที แต่หลังจากผ่านไปสักพัก ปัญหาที่ตามมามักจะเป็นเรื่องการตั้งค่าฟีเจอร์ที่ซับซ้อน การย้ายข้อมูลอีเมลเก่าที่ไม่สมบูรณ์ หรือการติดปัญหาทางเทคนิคใน Admin
วันที่พนักงานลาออก สิ่งที่บริษัทกังวลไม่ใช่แค่การหาคนใหม่มาแทน แต่คือข้อมูลมหาศาลที่อยู่ในบัญชี Google Workspace ของพนักงานคนนั้น ทั้งอีเมลที่คุยกับลูกค้าไฟล์งานสำคัญใน Drive หรือตารางนัดหมายใน Calendar หลายบริษัทชะล่าใจเพราะคิดว่า Google เก็บข้อมูลไว้ให้ 30 วัน
การเลือกแพ็กเกจ Google Workspace ให้บริษัท มักกลายเป็นเรื่องน่าปวดหัวสำหรับเจ้าของธุรกิจหรือผู้บริหาร เพราะเมื่อดูหน้าเว็บไซต์ของ Google จะพบรายละเอียดทางเทคนิคที่ซับซ้อนและศัพท์ภาษาอังกฤษเต็มไปหมด หลายบริษัทเลือกแพ็กเกจ Business Starter เพราะราคาถูกที่สุด แต่เมื่อใช้งานจริงไปเพียง 6 เดือน
ลองเช็กดูเล่น ๆ ไหมว่า ในหนึ่งวัน ทีมขายหรือทีมบริการลูกค้า (CS) ของคุณเสียเวลาไปกับการนั่งจ้องหน้าจอเพื่อ “ร่างอีเมลภาษาอังกฤษ” นานแค่ไหน? หลายบริษัทที่ ecom เข้าไปดูแล พบว่าพนักงานต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงต่อวันเพียงเพื่อจะเรียบเรียงประโยคให้ดูเป็นมืออาชีพ หรือพยายามแกะเนื้อหาจากอีเมลโต้ตอบภาษาอังกฤษที่ยาวเหยียดจนอ่านไม่หวาดไม่ไหว หากบริษัทคุณกำลังประสบปัญหานี้อยู่
ทุกปีที่ Google จัดงาน Cloud Next คนส่วนใหญ่มักจะตามข่าวแค่ว่ามีโมเดล AI ตัวใหม่ออกมาอีกกี่ตัว และเก่งขึ้นเท่าไหร่ แต่ปีนี้ประเด็นลึกกว่านั้น เพราะ Google ประกาศชัดว่ายุคของ AI ที่ทำหน้าที่แค่ตอบคำถามกำลังจะจบ
ในยุคที่ทุกแบรนด์แข่งขันกันดึงดูดความสนใจ สิ่งที่จะตัดสินว่าคุณจะถูกจดจำหรือถูกมองข้าม มักขึ้นอยู่กับสิ่งเดียว นั่นคือคุณเล่าเรื่องของตัวเองได้ดีแค่ไหน หลายคนอาจเคยเห็นเทคโนโลยี Projection Mapping หรือผลงาน Immersive & Installation ระดับโลกผ่านโซเชียลมีเดีย หรือเคยได้สัมผัสประสบการณ์แสง สี เสียง
ในยุคที่ข้อมูลถาโถม (Information Overload) การหาคำตอบที่ถูกต้องจากเอกสารนับร้อยหน้าอาจใช้เวลาทั้งวัน ecom ขอเสนอหลักสูตรที่จะเปลี่ยนวิธีการทำงานของทีมคุณไปตลอดกาล ด้วยพลังของ Grounded AI คอร์ส NotebookLM ใช้ AI ย่อยข้อมูลในองค์กร จบในคอร์สเดียว
ยกระดับการทำงานของทีมในยุค AI ผู้เรียนจะได้เรียนรู้การใช้ Gemini ผู้ช่วยอัจฉริยะใน Google Workspace เพื่อลดงานซ้ำซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพ และคุณภาพในการทำงาน ผ่านการบรรยายและการสาธิตการใช้งานจริง ช่วยให้ทีมของคุณใช้งาน Gemini ได้จริงในทุกแอปของ Google