ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2024 Google จะยุติการรองรับฟีเจอร์ “ช่องนัดหมาย” (Appointment Slots) ใน Google Calendar เพื่อมุ่งเน้นไปที่ฟีเจอร์ “ตารางเวลา” (Schedules) ที่มีประสิทธิภาพและยืดหยุ่นมากขึ้น
ทำไม Google ถึงยุติการรองรับฟีเจอร์ช่องนัดหมาย
- ฟีเจอร์ตารางเวลามีฟังก์ชันการทำงานที่ครอบคลุมกว่าช่องนัดหมาย ช่วยให้คุณสร้างและจัดการเวลาว่างสำหรับการนัดหมายได้อย่างง่ายดาย
- ฟีเจอร์ตารางเวลามีคุณสมบัติเพิ่มเติม เช่น การตั้งค่าการนัดหมายแบบกลุ่ม การกำหนดระยะเวลานำล่วงหน้าสำหรับการนัดหมาย และการสร้างแบบฟอร์มการนัดหมายเพื่อรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้เข้าร่วมประชุม
โดยหลังเดือนมิถุนายน 2024 ช่องนัดหมายที่มีอยู่จะยังคงสามารถดูและแก้ไขได้ แต่จะไม่สามารถสร้างช่องนัดหมายใหม่ได้
Google แนะนำให้ผู้ใช้ที่ใช้ฟีเจอร์ช่องนัดหมายอยู่แล้ว ให้ย้ายไปใช้ฟีเจอร์ตารางเวลาก่อนเดือนมิถุนายน 2024
วิธีการย้ายจากช่องนัดหมายไปใช้ตารางเวลา
- เปิด Google Calendar
- คลิก “สร้าง” (Create) และเลือก “ตารางเวลา” (Schedule)
- ตั้งชื่อตารางเวลาของคุณ
- กำหนดเวลาว่างสำหรับการนัดหมาย
- (ทางเลือก) ตั้งค่าการนัดหมายแบบกลุ่ม, ระยะเวลานำล่วงหน้าสำหรับการนัดหมาย, หรือสร้างแบบฟอร์มการนัดหมาย
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟีเจอร์ “ตารางเวลา” ได้ ในหัวข้อ Appointment Schedule
เจ้าของ SME หลายคนเลือกเปิดใช้งาน Google Workspace ด้วยตัวเอง เพราะเห็นว่าหน้าเว็บไซต์ของ Google สมัครได้ง่ายเพียงไม่กี่ขั้นตอน แค่กรอกข้อมูลและผูกบัตรเครดิตก็เริ่มใช้งานได้ทันที แต่หลังจากผ่านไปสักพัก ปัญหาที่ตามมามักจะเป็นเรื่องการตั้งค่าฟีเจอร์ที่ซับซ้อน การย้ายข้อมูลอีเมลเก่าที่ไม่สมบูรณ์ หรือการติดปัญหาทางเทคนิคใน Admin
วันที่พนักงานลาออก สิ่งที่บริษัทกังวลไม่ใช่แค่การหาคนใหม่มาแทน แต่คือข้อมูลมหาศาลที่อยู่ในบัญชี Google Workspace ของพนักงานคนนั้น ทั้งอีเมลที่คุยกับลูกค้าไฟล์งานสำคัญใน Drive หรือตารางนัดหมายใน Calendar หลายบริษัทชะล่าใจเพราะคิดว่า Google เก็บข้อมูลไว้ให้ 30 วัน
การเลือกแพ็กเกจ Google Workspace ให้บริษัท มักกลายเป็นเรื่องน่าปวดหัวสำหรับเจ้าของธุรกิจหรือผู้บริหาร เพราะเมื่อดูหน้าเว็บไซต์ของ Google จะพบรายละเอียดทางเทคนิคที่ซับซ้อนและศัพท์ภาษาอังกฤษเต็มไปหมด หลายบริษัทเลือกแพ็กเกจ Business Starter เพราะราคาถูกที่สุด แต่เมื่อใช้งานจริงไปเพียง 6 เดือน
ลองเช็กดูเล่น ๆ ไหมว่า ในหนึ่งวัน ทีมขายหรือทีมบริการลูกค้า (CS) ของคุณเสียเวลาไปกับการนั่งจ้องหน้าจอเพื่อ “ร่างอีเมลภาษาอังกฤษ” นานแค่ไหน? หลายบริษัทที่ ecom เข้าไปดูแล พบว่าพนักงานต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงต่อวันเพียงเพื่อจะเรียบเรียงประโยคให้ดูเป็นมืออาชีพ หรือพยายามแกะเนื้อหาจากอีเมลโต้ตอบภาษาอังกฤษที่ยาวเหยียดจนอ่านไม่หวาดไม่ไหว หากบริษัทคุณกำลังประสบปัญหานี้อยู่
ทุกปีที่ Google จัดงาน Cloud Next คนส่วนใหญ่มักจะตามข่าวแค่ว่ามีโมเดล AI ตัวใหม่ออกมาอีกกี่ตัว และเก่งขึ้นเท่าไหร่ แต่ปีนี้ประเด็นลึกกว่านั้น เพราะ Google ประกาศชัดว่ายุคของ AI ที่ทำหน้าที่แค่ตอบคำถามกำลังจะจบ
ในยุคที่ทุกแบรนด์แข่งขันกันดึงดูดความสนใจ สิ่งที่จะตัดสินว่าคุณจะถูกจดจำหรือถูกมองข้าม มักขึ้นอยู่กับสิ่งเดียว นั่นคือคุณเล่าเรื่องของตัวเองได้ดีแค่ไหน หลายคนอาจเคยเห็นเทคโนโลยี Projection Mapping หรือผลงาน Immersive & Installation ระดับโลกผ่านโซเชียลมีเดีย หรือเคยได้สัมผัสประสบการณ์แสง สี เสียง
ในยุคที่ข้อมูลถาโถม (Information Overload) การหาคำตอบที่ถูกต้องจากเอกสารนับร้อยหน้าอาจใช้เวลาทั้งวัน ecom ขอเสนอหลักสูตรที่จะเปลี่ยนวิธีการทำงานของทีมคุณไปตลอดกาล ด้วยพลังของ Grounded AI คอร์ส NotebookLM ใช้ AI ย่อยข้อมูลในองค์กร จบในคอร์สเดียว
ยกระดับการทำงานของทีมในยุค AI ผู้เรียนจะได้เรียนรู้การใช้ Gemini ผู้ช่วยอัจฉริยะใน Google Workspace เพื่อลดงานซ้ำซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพ และคุณภาพในการทำงาน ผ่านการบรรยายและการสาธิตการใช้งานจริง ช่วยให้ทีมของคุณใช้งาน Gemini ได้จริงในทุกแอปของ Google