Google ปรับโครงสร้างองค์กร หันใช้ AI แทนพนักงาน

แชร์โพสต์นี้
Google ปรับโครงสร้างองค์กร หันใช้ AI แทนพนักงาน
Google ปรับโครงสร้างองค์กร หันใช้ AI แทนพนักงาน

เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2567 สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า Google ประกาศว่า บริษัทฯ กำลังดำเนินการลดจำนวนพนักงานหลายร้อยคนในฝ่ายขายโฆษณา โดยบริษัทฯ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Alphabet (GOOGL.O) ได้เปิดเผยเรื่องนี้

Sundar Pichai ซีอีโอของ Google กล่าวในการแถลงข่าวว่า การลดจำนวนพนักงานครั้งนี้ถือเป็นการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ของบริษัท เพื่อมุ่งเน้นไปที่นวัตกรรมและประสิทธิภาพมากขึ้น โดย Google จะมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีอื่นๆ ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

การลดจำนวนพนักงานครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อพนักงานในฝ่ายขายโฆษณาเป็นหลัก ซึ่งรวมถึงพนักงานที่รับผิดชอบการขายโฆษณาบนแพลตฟอร์มต่างๆ ของ Google เช่น YouTube, Google Search และ Google Display Network

Google ระบุว่า บริษัทจะพยายามช่วยเหลือพนักงานที่ถูกปลดออกจากงานให้มากที่สุด โดยบริษัทจะจ่ายเงินชดเชยและมอบความช่วยเหลือด้านอาชีพให้กับพนักงานเหล่านี้

การลดจำนวนพนักงานครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่กำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายในการปรับตัวตามเทคโนโลยีใหม่ๆ และการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น หลายบริษัทในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเริ่มหันมาใช้ปัญญาประดิษฐ์และระบบอัตโนมัติเพื่อลดภาระงาน

นอกจาก Google แล้ว บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำอื่นๆ เช่น Microsoft, Amazon และ Meta ก็ประกาศลดจำนวนพนักงานเช่นกัน

บาร์ด AI ใหม่! เชื่อมต่อแอป Google ทำงานฉลาด แม่นยำยิ่งขึ้น

Google เลือกใช้ปัญญาประดิษฐ์มาแทนที่พนักงานบางส่วนด้วยเหตุผลหลายประการ ดังนี้

  • ความแม่นยำและประสิทธิภาพในการทำงาน: AI สามารถทำงานได้แม่นยำและมีประสิทธิภาพมากกว่ามนุษย์ในหลายด้าน เช่น การประมวลผลข้อมูล การค้นหาข้อมูล การแปลภาษา การเขียนเนื้อหา ฯลฯ ซึ่งช่วยให้ Google ประหยัดค่าใช้จ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้
  • ความรวดเร็วในการทำงาน: AI สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วกว่ามนุษย์หลายเท่า ซึ่งช่วยให้ Google สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น
  • ความสามารถในการทำงานซ้ำๆ: AI สามารถทำงานซ้ำๆ ได้โดยไม่เกิดความผิดพลาดหรือเบื่อหน่าย ซึ่งช่วยให้ Google ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการจ้างพนักงานมาทำงานซ้ำๆ
  • ความสามารถในการทำงานในสภาพแวดล้อมที่อันตรายหรือเสี่ยง: AI สามารถทำงานในสภาพแวดล้อมที่อันตรายหรือเสี่ยงต่อสุขภาพของมนุษย์ได้ เช่น การทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม การทำงานในเหมืองแร่ ฯลฯ ซึ่งช่วยให้ Google หลีกเลี่ยงความเสี่ยงและค่าใช้จ่ายในการจ้างพนักงานมาทำงานในสภาพแวดล้อมเหล่านี้

ผลกระทบของการใช้ AI แทนที่พนักงานบางส่วน ได้แก่

  • การลดจำนวนพนักงาน: การใช้ AI แทนที่พนักงานบางส่วนอาจส่งผลให้จำนวนพนักงานลดลง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในการทำงานของพนักงาน
  • การเปลี่ยนแปลงทักษะที่จำเป็นของพนักงาน: การใช้ AI อาจทำให้ทักษะที่จำเป็นในการทำงานเปลี่ยนไป ซึ่งอาจทำให้พนักงานต้องพัฒนาทักษะใหม่เพื่อรักษาความสามารถในการทำงาน
  • การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์กร: การใช้ AI อาจทำให้โครงสร้างองค์กรของ Google เปลี่ยนแปลงไป โดยอาจลดจำนวนพนักงานในบางตำแหน่งและเพิ่มจำนวนพนักงานในตำแหน่งอื่น

อย่างไรก็ตาม การใช้ AI แทนที่พนักงานบางส่วนก็อาจมีข้อดีหลายประการเช่นกัน เช่น ช่วยให้ Google ประหยัดค่าใช้จ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้ ซึ่งอาจส่งผลดีต่อธุรกิจของ Google และลูกค้าของ Google ในระยะยาว

สมัคร Google Workspace ผ่าน ecom คุ้มกว่าซื้อตรงกับ Google อย่างไร?

เจ้าของ SME หลายคนเลือกเปิดใช้งาน Google Workspace ด้วยตัวเอง เพราะเห็นว่าหน้าเว็บไซต์ของ Google สมัครได้ง่ายเพียงไม่กี่ขั้นตอน แค่กรอกข้อมูลและผูกบัตรเครดิตก็เริ่มใช้งานได้ทันที แต่หลังจากผ่านไปสักพัก ปัญหาที่ตามมามักจะเป็นเรื่องการตั้งค่าฟีเจอร์ที่ซับซ้อน การย้ายข้อมูลอีเมลเก่าที่ไม่สมบูรณ์ หรือการติดปัญหาทางเทคนิคใน Admin

พนักงานลาออก ข้อมูลใน Google Workspace หายไปไหน กู้คืนได้ใน 20 วันจริงไหม?

วันที่พนักงานลาออก สิ่งที่บริษัทกังวลไม่ใช่แค่การหาคนใหม่มาแทน แต่คือข้อมูลมหาศาลที่อยู่ในบัญชี Google Workspace ของพนักงานคนนั้น ทั้งอีเมลที่คุยกับลูกค้าไฟล์งานสำคัญใน Drive หรือตารางนัดหมายใน Calendar หลายบริษัทชะล่าใจเพราะคิดว่า Google เก็บข้อมูลไว้ให้ 30 วัน

Google Workspace Starter vs Standard vs Plus เลือกแพ็กเกจไหนคุ้มที่สุดสำหรับธุรกิจคุณ

การเลือกแพ็กเกจ Google Workspace ให้บริษัท มักกลายเป็นเรื่องน่าปวดหัวสำหรับเจ้าของธุรกิจหรือผู้บริหาร เพราะเมื่อดูหน้าเว็บไซต์ของ Google จะพบรายละเอียดทางเทคนิคที่ซับซ้อนและศัพท์ภาษาอังกฤษเต็มไปหมด หลายบริษัทเลือกแพ็กเกจ Business Starter เพราะราคาถูกที่สุด แต่เมื่อใช้งานจริงไปเพียง 6 เดือน

7 วิธีใช้ Gemini เขียนอีเมลใน Gmail ให้ทีมของคุณมีเวลามากขึ้น

ลองเช็กดูเล่น ๆ ไหมว่า ในหนึ่งวัน ทีมขายหรือทีมบริการลูกค้า (CS) ของคุณเสียเวลาไปกับการนั่งจ้องหน้าจอเพื่อ “ร่างอีเมลภาษาอังกฤษ” นานแค่ไหน? หลายบริษัทที่ ecom เข้าไปดูแล พบว่าพนักงานต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงต่อวันเพียงเพื่อจะเรียบเรียงประโยคให้ดูเป็นมืออาชีพ หรือพยายามแกะเนื้อหาจากอีเมลโต้ตอบภาษาอังกฤษที่ยาวเหยียดจนอ่านไม่หวาดไม่ไหว หากบริษัทคุณกำลังประสบปัญหานี้อยู่

สรุป Google Cloud Next 2026 ประเด็นที่ SME ไทยต้องรู้เรื่อง Agentic AI

ทุกปีที่ Google จัดงาน Cloud Next คนส่วนใหญ่มักจะตามข่าวแค่ว่ามีโมเดล AI ตัวใหม่ออกมาอีกกี่ตัว และเก่งขึ้นเท่าไหร่ แต่ปีนี้ประเด็นลึกกว่านั้น เพราะ Google ประกาศชัดว่ายุคของ AI ที่ทำหน้าที่แค่ตอบคำถามกำลังจะจบ

อยากสร้างงาน Immersive Experience ให้แบรนด์ตัวเอง? Yellaban ทำได้ และทำได้อีกเยอะ

ในยุคที่ทุกแบรนด์แข่งขันกันดึงดูดความสนใจ สิ่งที่จะตัดสินว่าคุณจะถูกจดจำหรือถูกมองข้าม มักขึ้นอยู่กับสิ่งเดียว นั่นคือคุณเล่าเรื่องของตัวเองได้ดีแค่ไหน หลายคนอาจเคยเห็นเทคโนโลยี Projection Mapping หรือผลงาน Immersive & Installation ระดับโลกผ่านโซเชียลมีเดีย หรือเคยได้สัมผัสประสบการณ์แสง สี เสียง

ลงทะเบียนเรียนฟรี! คอร์ส NotebookLM ใช้ AI ย่อยข้อมูลในองค์กร จบในคอร์สเดียว

ในยุคที่ข้อมูลถาโถม (Information Overload) การหาคำตอบที่ถูกต้องจากเอกสารนับร้อยหน้าอาจใช้เวลาทั้งวัน ecom ขอเสนอหลักสูตรที่จะเปลี่ยนวิธีการทำงานของทีมคุณไปตลอดกาล ด้วยพลังของ Grounded AI คอร์ส NotebookLM ใช้ AI ย่อยข้อมูลในองค์กร จบในคอร์สเดียว

ลงทะเบียนเรียนฟรี! คอร์ส Gemini for Google Workspace รับ AI Adoption

ยกระดับการทำงานของทีมในยุค AI ผู้เรียนจะได้เรียนรู้การใช้ Gemini ผู้ช่วยอัจฉริยะใน Google Workspace เพื่อลดงานซ้ำซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพ และคุณภาพในการทำงาน ผ่านการบรรยายและการสาธิตการใช้งานจริง ช่วยให้ทีมของคุณใช้งาน Gemini ได้จริงในทุกแอปของ Google