Google เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ Circle to Search ช่วยให้ผู้ใช้ค้นหาข้อมูลบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย เพียงวงกลมหรือขีดเขียนบนหน้าจอ
ฟีเจอร์ Circle to Search ทำงานโดยอาศัยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่จะช่วยระบุและประมวลผลข้อมูลบนหน้าจอ จากนั้น Google Search จะแสดงผลการค้นหาที่เกี่ยวข้องขึ้นมา โดยผลการค้นหาจะแสดงเป็นรายการแบบการ์ดที่ผู้ใช้สามารถปัดซ้ายหรือขวาเพื่อดูข้อมูลหรือคลิกเพื่อเปิดใช้งานผลการค้นหานั้น
ฟีเจอร์ Circle to Search สามารถใช้ค้นหาข้อมูลได้หลากหลายประเภท เช่น สถานที่ บุคคล ผลิตภัณฑ์ เหตุการณ์ หรือแม้แต่ข้อมูลบนหน้าเว็บ โดยผู้ใช้สามารถวงกลมหรือขีดเขียนบนหน้าจอเพื่อระบุข้อมูลที่ต้องการค้นหาได้
ฟีเจอร์ Circle to Search เปิดให้ใช้งานแล้วบนสมาร์ทโฟน Google Pixel 8 Series และ Samsung Galaxy S24 Series โดยคาดว่าจะขยายให้ใช้งานได้บนอุปกรณ์อื่นๆ ในอนาคต
ประโยชน์ของฟีเจอร์ Circle to Search
- ช่วยให้ผู้ใช้สามารถค้นหาข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย โดยไม่จำเป็นต้องพิมพ์คำค้นหา
- ช่วยให้ผู้ใช้สามารถค้นหาข้อมูลได้โดยไม่ต้องออกจากแอปพลิเคชันที่กำลังใช้งานอยู่
- ช่วยให้ผู้ใช้สามารถค้นหาข้อมูลได้แม้ในที่ที่มีแสงน้อย
ข้อจำกัดของฟีเจอร์ Circle to Search
- ฟีเจอร์นี้อาจทำงานไม่ถูกต้องหากข้อมูลบนหน้าจอมีความซับซ้อนหรือมีขนาดใหญ่
- ฟีเจอร์นี้อาจทำงานไม่ถูกต้องหากข้อมูลบนหน้าจอมีพื้นหลังที่คล้ายคลึงกัน
โดยรวมแล้ว ฟีเจอร์ Circle to Search เป็นฟีเจอร์ที่มีประโยชน์และช่วยให้ผู้ใช้สามารถค้นหาข้อมูลบนหน้าจอได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย
เจ้าของ SME หลายคนเลือกเปิดใช้งาน Google Workspace ด้วยตัวเอง เพราะเห็นว่าหน้าเว็บไซต์ของ Google สมัครได้ง่ายเพียงไม่กี่ขั้นตอน แค่กรอกข้อมูลและผูกบัตรเครดิตก็เริ่มใช้งานได้ทันที แต่หลังจากผ่านไปสักพัก ปัญหาที่ตามมามักจะเป็นเรื่องการตั้งค่าฟีเจอร์ที่ซับซ้อน การย้ายข้อมูลอีเมลเก่าที่ไม่สมบูรณ์ หรือการติดปัญหาทางเทคนิคใน Admin
วันที่พนักงานลาออก สิ่งที่บริษัทกังวลไม่ใช่แค่การหาคนใหม่มาแทน แต่คือข้อมูลมหาศาลที่อยู่ในบัญชี Google Workspace ของพนักงานคนนั้น ทั้งอีเมลที่คุยกับลูกค้าไฟล์งานสำคัญใน Drive หรือตารางนัดหมายใน Calendar หลายบริษัทชะล่าใจเพราะคิดว่า Google เก็บข้อมูลไว้ให้ 30 วัน
การเลือกแพ็กเกจ Google Workspace ให้บริษัท มักกลายเป็นเรื่องน่าปวดหัวสำหรับเจ้าของธุรกิจหรือผู้บริหาร เพราะเมื่อดูหน้าเว็บไซต์ของ Google จะพบรายละเอียดทางเทคนิคที่ซับซ้อนและศัพท์ภาษาอังกฤษเต็มไปหมด หลายบริษัทเลือกแพ็กเกจ Business Starter เพราะราคาถูกที่สุด แต่เมื่อใช้งานจริงไปเพียง 6 เดือน
ลองเช็กดูเล่น ๆ ไหมว่า ในหนึ่งวัน ทีมขายหรือทีมบริการลูกค้า (CS) ของคุณเสียเวลาไปกับการนั่งจ้องหน้าจอเพื่อ “ร่างอีเมลภาษาอังกฤษ” นานแค่ไหน? หลายบริษัทที่ ecom เข้าไปดูแล พบว่าพนักงานต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงต่อวันเพียงเพื่อจะเรียบเรียงประโยคให้ดูเป็นมืออาชีพ หรือพยายามแกะเนื้อหาจากอีเมลโต้ตอบภาษาอังกฤษที่ยาวเหยียดจนอ่านไม่หวาดไม่ไหว หากบริษัทคุณกำลังประสบปัญหานี้อยู่
ทุกปีที่ Google จัดงาน Cloud Next คนส่วนใหญ่มักจะตามข่าวแค่ว่ามีโมเดล AI ตัวใหม่ออกมาอีกกี่ตัว และเก่งขึ้นเท่าไหร่ แต่ปีนี้ประเด็นลึกกว่านั้น เพราะ Google ประกาศชัดว่ายุคของ AI ที่ทำหน้าที่แค่ตอบคำถามกำลังจะจบ
ในยุคที่ทุกแบรนด์แข่งขันกันดึงดูดความสนใจ สิ่งที่จะตัดสินว่าคุณจะถูกจดจำหรือถูกมองข้าม มักขึ้นอยู่กับสิ่งเดียว นั่นคือคุณเล่าเรื่องของตัวเองได้ดีแค่ไหน หลายคนอาจเคยเห็นเทคโนโลยี Projection Mapping หรือผลงาน Immersive & Installation ระดับโลกผ่านโซเชียลมีเดีย หรือเคยได้สัมผัสประสบการณ์แสง สี เสียง
ในยุคที่ข้อมูลถาโถม (Information Overload) การหาคำตอบที่ถูกต้องจากเอกสารนับร้อยหน้าอาจใช้เวลาทั้งวัน ecom ขอเสนอหลักสูตรที่จะเปลี่ยนวิธีการทำงานของทีมคุณไปตลอดกาล ด้วยพลังของ Grounded AI คอร์ส NotebookLM ใช้ AI ย่อยข้อมูลในองค์กร จบในคอร์สเดียว
ยกระดับการทำงานของทีมในยุค AI ผู้เรียนจะได้เรียนรู้การใช้ Gemini ผู้ช่วยอัจฉริยะใน Google Workspace เพื่อลดงานซ้ำซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพ และคุณภาพในการทำงาน ผ่านการบรรยายและการสาธิตการใช้งานจริง ช่วยให้ทีมของคุณใช้งาน Gemini ได้จริงในทุกแอปของ Google