ในบทความนี้ ECOM จะมาแนะนำวิธีตั้งค่าการตอบกลับอัตโนมัติใน Gmail เพื่อแจ้งให้ผู้อื่นทราบว่าคุณไม่สามารถตอบกลับอีเมลได้ในช่วงเวลาที่กำหนด
การเปิดหรือปิดข้อความตอบกลับอัตโนมัติ
สำหรับ Computer
- เปิด Gmail ในคอมพิวเตอร์
- ที่ด้านขวาบน ให้คลิกการตั้งค่า

ดูการตั้งค่าทั้งหมด
- เลื่อนลงไปที่ส่วน “การช่วยตอบอีเมลอัตโนมัติ”
- เลือกใช้งานการช่วยตอบอีเมลอัตโนมัติ
- ป้อนช่วงวันที่ เรื่อง และข้อความ
- จากใต้ข้อความ ทำเครื่องหมายที่ช่องถ้าต้องการให้รายชื่อติดต่อเห็นข้อความตอบกลับอัตโนมัติ
- คลิกบันทึกการเปลี่ยนแปลงที่ด้านล่างสุดของหน้า
ปิดข้อความตอบกลับอัตโนมัติ
เมื่อข้อความตอบกลับอัตโนมัติเปิดอยู่ จะมีแบนเนอร์ที่ด้านบนกล่องจดหมายซึ่งแสดงเรื่องของการช่วยตอบอีเมลอัตโนมัติ
หากต้องการปิดการช่วยตอบอีเมลอัตโนมัติ ให้คลิกไม่ใช้แล้ว
สำหรับ Android
- เปิดแอป Gmail
ในโทรศัพท์หรือแท็บเล็ต Android
- แตะเมนู
ที่ด้านซ้ายบน
- เลื่อนลงไปด้านล่าง แล้วแตะการตั้งค่า
- เลือกบัญชี
- แตะการช่วยตอบอีเมลอัตโนมัติ
- ที่ด้านบน เปิดสวิตช์ “การช่วยตอบอีเมลอัตโนมัติ”

- ป้อนช่วงวันที่ เรื่อง และข้อความ
- แตะเสร็จสิ้น
หากต้องการปิดข้อความตอบกลับอัตโนมัติ ให้ปิดสวิตช์ “การช่วยตอบอีเมลอัตโนมัติ” 
สำหรับ Iphone และ Ipad
- เปิดแอป Gmail
ใน iPhone หรือ iPad
- ที่ด้านซ้ายบน ให้แตะเมนู
การตั้งค่า
- ในส่วน “เขียนและตอบอีเมล” ให้แตะการช่วยตอบอีเมลอัตโนมัติ
- เปิดใช้ “การช่วยตอบอีเมลอัตโนมัติ”
- ป้อนช่วงวันที่ เรื่อง และข้อความ
- แตะบันทึกที่ด้านขวาบน
หากต้องการปิดการตอบว่าพักร้อนอยู่ ให้ปิด “การช่วยตอบอีเมลอัตโนมัติ”
Tips:
คุณเลือกได้ว่าจะให้ระบบส่งข้อความตอบกลับถึงทุกคน เฉพาะในรายชื่อติดต่อ หรือเฉพาะคนในองค์กร
หากคุณเลือกทั้งช่อง “ส่งข้อความตอบกลับถึงคนในรายชื่อติดต่อของฉันเท่านั้น” และ “ส่งข้อความตอบกลับถึงคนในโดเมนของฉันเท่านั้น” ระบบจะส่งข้อความตอบว่าคุณพักร้อนอยู่ถึงคนที่อยู่ในรายชื่อติดต่อและในโดเมนของคุณเท่านั้น
ข้อความที่ส่งไปยังโฟลเดอร์จดหมายขยะและข้อความที่ส่งไปยังรายชื่ออีเมลที่คุณสมัครรับข้อมูลจะไม่ได้รับข้อความตอบกลับอัตโนมัติ
เจ้าของ SME หลายคนเลือกเปิดใช้งาน Google Workspace ด้วยตัวเอง เพราะเห็นว่าหน้าเว็บไซต์ของ Google สมัครได้ง่ายเพียงไม่กี่ขั้นตอน แค่กรอกข้อมูลและผูกบัตรเครดิตก็เริ่มใช้งานได้ทันที แต่หลังจากผ่านไปสักพัก ปัญหาที่ตามมามักจะเป็นเรื่องการตั้งค่าฟีเจอร์ที่ซับซ้อน การย้ายข้อมูลอีเมลเก่าที่ไม่สมบูรณ์ หรือการติดปัญหาทางเทคนิคใน Admin
วันที่พนักงานลาออก สิ่งที่บริษัทกังวลไม่ใช่แค่การหาคนใหม่มาแทน แต่คือข้อมูลมหาศาลที่อยู่ในบัญชี Google Workspace ของพนักงานคนนั้น ทั้งอีเมลที่คุยกับลูกค้าไฟล์งานสำคัญใน Drive หรือตารางนัดหมายใน Calendar หลายบริษัทชะล่าใจเพราะคิดว่า Google เก็บข้อมูลไว้ให้ 30 วัน
การเลือกแพ็กเกจ Google Workspace ให้บริษัท มักกลายเป็นเรื่องน่าปวดหัวสำหรับเจ้าของธุรกิจหรือผู้บริหาร เพราะเมื่อดูหน้าเว็บไซต์ของ Google จะพบรายละเอียดทางเทคนิคที่ซับซ้อนและศัพท์ภาษาอังกฤษเต็มไปหมด หลายบริษัทเลือกแพ็กเกจ Business Starter เพราะราคาถูกที่สุด แต่เมื่อใช้งานจริงไปเพียง 6 เดือน
ลองเช็กดูเล่น ๆ ไหมว่า ในหนึ่งวัน ทีมขายหรือทีมบริการลูกค้า (CS) ของคุณเสียเวลาไปกับการนั่งจ้องหน้าจอเพื่อ “ร่างอีเมลภาษาอังกฤษ” นานแค่ไหน? หลายบริษัทที่ ecom เข้าไปดูแล พบว่าพนักงานต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงต่อวันเพียงเพื่อจะเรียบเรียงประโยคให้ดูเป็นมืออาชีพ หรือพยายามแกะเนื้อหาจากอีเมลโต้ตอบภาษาอังกฤษที่ยาวเหยียดจนอ่านไม่หวาดไม่ไหว หากบริษัทคุณกำลังประสบปัญหานี้อยู่
ทุกปีที่ Google จัดงาน Cloud Next คนส่วนใหญ่มักจะตามข่าวแค่ว่ามีโมเดล AI ตัวใหม่ออกมาอีกกี่ตัว และเก่งขึ้นเท่าไหร่ แต่ปีนี้ประเด็นลึกกว่านั้น เพราะ Google ประกาศชัดว่ายุคของ AI ที่ทำหน้าที่แค่ตอบคำถามกำลังจะจบ
ในยุคที่ทุกแบรนด์แข่งขันกันดึงดูดความสนใจ สิ่งที่จะตัดสินว่าคุณจะถูกจดจำหรือถูกมองข้าม มักขึ้นอยู่กับสิ่งเดียว นั่นคือคุณเล่าเรื่องของตัวเองได้ดีแค่ไหน หลายคนอาจเคยเห็นเทคโนโลยี Projection Mapping หรือผลงาน Immersive & Installation ระดับโลกผ่านโซเชียลมีเดีย หรือเคยได้สัมผัสประสบการณ์แสง สี เสียง
ในยุคที่ข้อมูลถาโถม (Information Overload) การหาคำตอบที่ถูกต้องจากเอกสารนับร้อยหน้าอาจใช้เวลาทั้งวัน ecom ขอเสนอหลักสูตรที่จะเปลี่ยนวิธีการทำงานของทีมคุณไปตลอดกาล ด้วยพลังของ Grounded AI คอร์ส NotebookLM ใช้ AI ย่อยข้อมูลในองค์กร จบในคอร์สเดียว
ยกระดับการทำงานของทีมในยุค AI ผู้เรียนจะได้เรียนรู้การใช้ Gemini ผู้ช่วยอัจฉริยะใน Google Workspace เพื่อลดงานซ้ำซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพ และคุณภาพในการทำงาน ผ่านการบรรยายและการสาธิตการใช้งานจริง ช่วยให้ทีมของคุณใช้งาน Gemini ได้จริงในทุกแอปของ Google