Googleได้ประกาศเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ “เครื่องหมาย” (Markups) ใน Google Docs ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้งานมีความยืดหยุ่นมากขึ้นในการแสดงความคิดเห็นภายในเอกสาร ฟีเจอร์ “เครื่องหมาย” นี้ จะช่วยให้คุณสามารถ เพิ่มข้อความประกอบด้วยลายมือ ลงในเอกสารได้โดยตรง โดยใช้ปากกาหรือปลายนิ้ว บนอุปกรณ์ Android
ฟีเจอร์ “เครื่องหมาย” คืออะไร?
ฟีเจอร์ “เครื่องหมาย” ช่วยให้คุณสามารถ เพิ่มคำอธิบายประกอบด้วยลายมือ ลงในเอกสารได้โดยตรง
ฟีเจอร์ “เครื่องหมาย” มีประโยชน์ในหลากหลายสถานการณ์ เช่น:
- เพื่อนร่วมงานสามารถให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแผนภาพ ตาราง รายงาน หรือข้อเสนอต่างๆ ด้วยลายมือ
- คุณครูสามารถให้คำติชมนักเรียนบนเรียงความ รายงาน หรือเรื่องสั้น
- เจ้าของบ้านสามารถแสดงความคิดเห็นหรืออัปเดตเกี่ยวกับแบบแปลนการก่อสร้างกับผู้รับเหมา
วิธีการใช้เครื่องหมาย
ขั้นตอนที่ 1:
ขั้นตอนที่ 2:
- เข้าสู่โหมด “เครื่องหมาย” โดยเลือกเครื่องมือ “เครื่องหมาย” จากแถบเครื่องมือบริบท
ขั้นตอนที่ 3:
- คุณสามารถ:
- เพิ่มข้อความประกอบด้วยลายมือบนเอกสาร باستخدامปากกาหรือไฮไลท์
- ซ่อน/แสดงเครื่องหมาย
- ลบเครื่องหมาย
- ใส่เครื่องหมายที่แนะนำ
สำหรับอุปกรณ์ iOS:
- คุณสามารถ:
- ดูเอกสารที่มีเครื่องหมาย
- ลบเครื่องหมาย
- ซ่อน/แสดงเครื่องหมาย
สำหรับคอมพิวเตอร์:
- คุณสามารถ:
- ดูเอกสารที่มีเครื่องหมาย
- ลบเครื่องหมาย
- ซ่อน/แสดงเครื่องหมาย
กำหนดการเปิดตัว:
- Rapid Release: เริ่มทยอยเปิดตัวตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2567 (ใช้เวลาสูงสุด 15 วันในการมองเห็นฟีเจอร์)
- Scheduled Release: เริ่มทยอยเปิดตัวตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม 2567 (ใช้เวลาสูงสุด 15 วันในการมองเห็นฟีเจอร์)
ผู้ที่ใช้งานได้:
- ลูกค้า Google Workspace ทั้งหมด
- สมาชิก Google Workspace Individual
- บัญชี Google ส่วนบุคคล
เจ้าของ SME หลายคนเลือกเปิดใช้งาน Google Workspace ด้วยตัวเอง เพราะเห็นว่าหน้าเว็บไซต์ของ Google สมัครได้ง่ายเพียงไม่กี่ขั้นตอน แค่กรอกข้อมูลและผูกบัตรเครดิตก็เริ่มใช้งานได้ทันที แต่หลังจากผ่านไปสักพัก ปัญหาที่ตามมามักจะเป็นเรื่องการตั้งค่าฟีเจอร์ที่ซับซ้อน การย้ายข้อมูลอีเมลเก่าที่ไม่สมบูรณ์ หรือการติดปัญหาทางเทคนิคใน Admin
วันที่พนักงานลาออก สิ่งที่บริษัทกังวลไม่ใช่แค่การหาคนใหม่มาแทน แต่คือข้อมูลมหาศาลที่อยู่ในบัญชี Google Workspace ของพนักงานคนนั้น ทั้งอีเมลที่คุยกับลูกค้าไฟล์งานสำคัญใน Drive หรือตารางนัดหมายใน Calendar หลายบริษัทชะล่าใจเพราะคิดว่า Google เก็บข้อมูลไว้ให้ 30 วัน
การเลือกแพ็กเกจ Google Workspace ให้บริษัท มักกลายเป็นเรื่องน่าปวดหัวสำหรับเจ้าของธุรกิจหรือผู้บริหาร เพราะเมื่อดูหน้าเว็บไซต์ของ Google จะพบรายละเอียดทางเทคนิคที่ซับซ้อนและศัพท์ภาษาอังกฤษเต็มไปหมด หลายบริษัทเลือกแพ็กเกจ Business Starter เพราะราคาถูกที่สุด แต่เมื่อใช้งานจริงไปเพียง 6 เดือน
ลองเช็กดูเล่น ๆ ไหมว่า ในหนึ่งวัน ทีมขายหรือทีมบริการลูกค้า (CS) ของคุณเสียเวลาไปกับการนั่งจ้องหน้าจอเพื่อ “ร่างอีเมลภาษาอังกฤษ” นานแค่ไหน? หลายบริษัทที่ ecom เข้าไปดูแล พบว่าพนักงานต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงต่อวันเพียงเพื่อจะเรียบเรียงประโยคให้ดูเป็นมืออาชีพ หรือพยายามแกะเนื้อหาจากอีเมลโต้ตอบภาษาอังกฤษที่ยาวเหยียดจนอ่านไม่หวาดไม่ไหว หากบริษัทคุณกำลังประสบปัญหานี้อยู่
ทุกปีที่ Google จัดงาน Cloud Next คนส่วนใหญ่มักจะตามข่าวแค่ว่ามีโมเดล AI ตัวใหม่ออกมาอีกกี่ตัว และเก่งขึ้นเท่าไหร่ แต่ปีนี้ประเด็นลึกกว่านั้น เพราะ Google ประกาศชัดว่ายุคของ AI ที่ทำหน้าที่แค่ตอบคำถามกำลังจะจบ
ในยุคที่ทุกแบรนด์แข่งขันกันดึงดูดความสนใจ สิ่งที่จะตัดสินว่าคุณจะถูกจดจำหรือถูกมองข้าม มักขึ้นอยู่กับสิ่งเดียว นั่นคือคุณเล่าเรื่องของตัวเองได้ดีแค่ไหน หลายคนอาจเคยเห็นเทคโนโลยี Projection Mapping หรือผลงาน Immersive & Installation ระดับโลกผ่านโซเชียลมีเดีย หรือเคยได้สัมผัสประสบการณ์แสง สี เสียง
ในยุคที่ข้อมูลถาโถม (Information Overload) การหาคำตอบที่ถูกต้องจากเอกสารนับร้อยหน้าอาจใช้เวลาทั้งวัน ecom ขอเสนอหลักสูตรที่จะเปลี่ยนวิธีการทำงานของทีมคุณไปตลอดกาล ด้วยพลังของ Grounded AI คอร์ส NotebookLM ใช้ AI ย่อยข้อมูลในองค์กร จบในคอร์สเดียว
ยกระดับการทำงานของทีมในยุค AI ผู้เรียนจะได้เรียนรู้การใช้ Gemini ผู้ช่วยอัจฉริยะใน Google Workspace เพื่อลดงานซ้ำซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพ และคุณภาพในการทำงาน ผ่านการบรรยายและการสาธิตการใช้งานจริง ช่วยให้ทีมของคุณใช้งาน Gemini ได้จริงในทุกแอปของ Google