เคยเจออีเมลสำคัญที่ต้องดำเนินการต่อ แต่ดันลืมบันทึกไว้ใน To-Do List ไหม? ปัญหานี้หมดไปแล้วค่ะ! เพราะ Gmail แพลตฟอร์มยอดฮิตจาก Google มีฟีเจอร์เจ๋ง ๆ อย่าง “เพิ่มอีเมลเป็น Tasks” มาช่วยให้คุณจัดการงานได้ง่าย สะดวก ไม่พลาดทุกสิ่งอย่าง!
ข้อดีของการเพิ่มอีเมลเป็น Tasks:
- ไม่พลาดงานสำคัญ: แปลงอีเมลที่ต้องดำเนินการเป็น Tasks ได้ทันที ไม่ต้องกลัวลืมอีกต่อไป
- จัดการงานเป็นระบบ: Tasks ช่วยให้คุณจัดลำดับความสำคัญของงาน ดูสถานะความคืบหน้า และกำหนด Deadline ได้ง่าย ๆ
- เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน: ลดเวลาไปมาหาอีเมลสำคัญ ทำงานได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
- เชื่อมต่อกับ Google Calendar: เชื่อม Tasks กับ Google Calendar ได้ เพิ่มอีเวนต์แจ้งเตือนสำหรับงานต่าง ๆ
วิธีเพิ่มอีเมลเป็น Tasks:
- เปิดอีเมลที่ต้องการเพิ่มเป็น Tasks
- คลิกไอคอน “+” ที่อยู่ด้านบนกล่องอีเมล
- เลือก “เพิ่มลงใน Tasks”
- (Optional) กรอกรายละเอียดเพิ่มเติม กำหนดวันกำหนด และเลือก Checklist
- คลิก “เพิ่ม Tasks”
เคล็ดลับการใช้ Tasks:
- ใช้โหมด Tasks: คลิกไอคอน Tasks ด้านซ้ายของ Gmail เพื่อดูรายการ Tasks ทั้งหมด
- ใช้ Starred Tasks: ปักหมุด Tasks สำคัญ ๆ ไว้ด้านบนเพื่อให้ค้นหาและจัดการได้ง่าย
- ใช้แฮชแท็ก: จัดกลุ่ม Tasks ด้วยแฮชแท็กเพื่อแบ่งหมวดหมู่ของงาน
- ใช้ Google Assistant: สั่งงาน Google Assistant ให้เพิ่ม Tasks จากอีเมลของคุณ
ฟีเจอร์เพิ่มอีเมลเป็น Tasks เป็นอีกไอเดียสุดเจ๋งจาก Gmail ที่ช่วยให้คุณทำงานอีเมลและจัดการ To-Do List ได้อย่างครบครัน ลองนำไปใช้ดู แล้วคุณจะพบว่าชีวิตการทำงานของคุณสะดวก ง่ายดาย และมีประสิทธิภาพมากขึ้น!
เจ้าของ SME หลายคนเลือกเปิดใช้งาน Google Workspace ด้วยตัวเอง เพราะเห็นว่าหน้าเว็บไซต์ของ Google สมัครได้ง่ายเพียงไม่กี่ขั้นตอน แค่กรอกข้อมูลและผูกบัตรเครดิตก็เริ่มใช้งานได้ทันที แต่หลังจากผ่านไปสักพัก ปัญหาที่ตามมามักจะเป็นเรื่องการตั้งค่าฟีเจอร์ที่ซับซ้อน การย้ายข้อมูลอีเมลเก่าที่ไม่สมบูรณ์ หรือการติดปัญหาทางเทคนิคใน Admin
วันที่พนักงานลาออก สิ่งที่บริษัทกังวลไม่ใช่แค่การหาคนใหม่มาแทน แต่คือข้อมูลมหาศาลที่อยู่ในบัญชี Google Workspace ของพนักงานคนนั้น ทั้งอีเมลที่คุยกับลูกค้าไฟล์งานสำคัญใน Drive หรือตารางนัดหมายใน Calendar หลายบริษัทชะล่าใจเพราะคิดว่า Google เก็บข้อมูลไว้ให้ 30 วัน
การเลือกแพ็กเกจ Google Workspace ให้บริษัท มักกลายเป็นเรื่องน่าปวดหัวสำหรับเจ้าของธุรกิจหรือผู้บริหาร เพราะเมื่อดูหน้าเว็บไซต์ของ Google จะพบรายละเอียดทางเทคนิคที่ซับซ้อนและศัพท์ภาษาอังกฤษเต็มไปหมด หลายบริษัทเลือกแพ็กเกจ Business Starter เพราะราคาถูกที่สุด แต่เมื่อใช้งานจริงไปเพียง 6 เดือน
ลองเช็กดูเล่น ๆ ไหมว่า ในหนึ่งวัน ทีมขายหรือทีมบริการลูกค้า (CS) ของคุณเสียเวลาไปกับการนั่งจ้องหน้าจอเพื่อ “ร่างอีเมลภาษาอังกฤษ” นานแค่ไหน? หลายบริษัทที่ ecom เข้าไปดูแล พบว่าพนักงานต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงต่อวันเพียงเพื่อจะเรียบเรียงประโยคให้ดูเป็นมืออาชีพ หรือพยายามแกะเนื้อหาจากอีเมลโต้ตอบภาษาอังกฤษที่ยาวเหยียดจนอ่านไม่หวาดไม่ไหว หากบริษัทคุณกำลังประสบปัญหานี้อยู่
ทุกปีที่ Google จัดงาน Cloud Next คนส่วนใหญ่มักจะตามข่าวแค่ว่ามีโมเดล AI ตัวใหม่ออกมาอีกกี่ตัว และเก่งขึ้นเท่าไหร่ แต่ปีนี้ประเด็นลึกกว่านั้น เพราะ Google ประกาศชัดว่ายุคของ AI ที่ทำหน้าที่แค่ตอบคำถามกำลังจะจบ
ในยุคที่ทุกแบรนด์แข่งขันกันดึงดูดความสนใจ สิ่งที่จะตัดสินว่าคุณจะถูกจดจำหรือถูกมองข้าม มักขึ้นอยู่กับสิ่งเดียว นั่นคือคุณเล่าเรื่องของตัวเองได้ดีแค่ไหน หลายคนอาจเคยเห็นเทคโนโลยี Projection Mapping หรือผลงาน Immersive & Installation ระดับโลกผ่านโซเชียลมีเดีย หรือเคยได้สัมผัสประสบการณ์แสง สี เสียง
ในยุคที่ข้อมูลถาโถม (Information Overload) การหาคำตอบที่ถูกต้องจากเอกสารนับร้อยหน้าอาจใช้เวลาทั้งวัน ecom ขอเสนอหลักสูตรที่จะเปลี่ยนวิธีการทำงานของทีมคุณไปตลอดกาล ด้วยพลังของ Grounded AI คอร์ส NotebookLM ใช้ AI ย่อยข้อมูลในองค์กร จบในคอร์สเดียว
ยกระดับการทำงานของทีมในยุค AI ผู้เรียนจะได้เรียนรู้การใช้ Gemini ผู้ช่วยอัจฉริยะใน Google Workspace เพื่อลดงานซ้ำซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพ และคุณภาพในการทำงาน ผ่านการบรรยายและการสาธิตการใช้งานจริง ช่วยให้ทีมของคุณใช้งาน Gemini ได้จริงในทุกแอปของ Google