นักวิทยาศาสตร์จาก National Institutes for Quantum Science and Technology จากมหาวิทยาลัย Osaka ประเทศญี่ปุ่น ประสบความสำเร็จในการคิดค้นเทคโนโลยี AI ที่สามารถถอดรหัสภาพจากสมองของมนุษย์ได้สำเร็จ ซึ่งถือเป็นชาติแรกของโลกที่สามารถพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวได้
เทคโนโลยีนี้อาศัยการบันทึกคลื่นสมองของผู้เข้าร่วมการทดลองขณะที่พวกเขาจินตนาการถึงภาพต่างๆ จากนั้นจึงใช้ AI ถอดรหัสคลื่นสมองเหล่านั้นออกมาเป็นภาพดิจิทัล
ผลปรากฏว่า AI สามารถถอดรหัสภาพจากสมองของผู้เข้าร่วมการทดลองได้อย่างแม่นยำ โดยสามารถจำลองภาพวัตถุต่างๆ เช่น ภาพเสือดาวที่มีปาก มีหู มีลายจุด รวมถึงภาพเครื่องบินที่มีแสงสีแดงบนปีกเครื่องบินได้อย่างใกล้เคียงกับภาพที่พวกเขาจินตนาการไว้
เทคโนโลยีนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของวงการปัญญาประดิษฐ์ โดยคาดว่าจะสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในด้านต่างๆ ได้อย่างกว้างขวาง เช่น
- การช่วยฟื้นฟูการสื่อสารและการเคลื่อนไหวของผู้ป่วยอัมพาต เนื่องจากผู้ป่วยอัมพาตจะไม่สามารถสื่อสารหรือเคลื่อนไหวได้เอง ดังนั้นเทคโนโลยีนี้จะสามารถช่วยถอดรหัสความคิดของผู้ป่วยออกมาเป็นภาษาหรือการเคลื่อนไหวต่างๆ ได้
- การช่วยวินิจฉัยโรคทางจิตเวช โดยนักวิจัยสามารถพัฒนา AI ให้สามารถถอดรหัสภาพจากสมองของผู้ป่วยโรคจิตเวชได้ ซึ่งจะช่วยให้สามารถวินิจฉัยโรคได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น
- การพัฒนาเทคโนโลยีความเป็นจริงเสมือน (VR) โดย AI สามารถถูกใช้เพื่อสร้างภาพเสมือนที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ได้อย่างแม่นยำ
อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นการพัฒนา จึงจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อปรับปรุงความแม่นยำและประสิทธิภาพของเทคโนโลยีนี้ให้ดียิ่งขึ้น
เจ้าของ SME หลายคนเลือกเปิดใช้งาน Google Workspace ด้วยตัวเอง เพราะเห็นว่าหน้าเว็บไซต์ของ Google สมัครได้ง่ายเพียงไม่กี่ขั้นตอน แค่กรอกข้อมูลและผูกบัตรเครดิตก็เริ่มใช้งานได้ทันที แต่หลังจากผ่านไปสักพัก ปัญหาที่ตามมามักจะเป็นเรื่องการตั้งค่าฟีเจอร์ที่ซับซ้อน การย้ายข้อมูลอีเมลเก่าที่ไม่สมบูรณ์ หรือการติดปัญหาทางเทคนิคใน Admin
วันที่พนักงานลาออก สิ่งที่บริษัทกังวลไม่ใช่แค่การหาคนใหม่มาแทน แต่คือข้อมูลมหาศาลที่อยู่ในบัญชี Google Workspace ของพนักงานคนนั้น ทั้งอีเมลที่คุยกับลูกค้าไฟล์งานสำคัญใน Drive หรือตารางนัดหมายใน Calendar หลายบริษัทชะล่าใจเพราะคิดว่า Google เก็บข้อมูลไว้ให้ 30 วัน
การเลือกแพ็กเกจ Google Workspace ให้บริษัท มักกลายเป็นเรื่องน่าปวดหัวสำหรับเจ้าของธุรกิจหรือผู้บริหาร เพราะเมื่อดูหน้าเว็บไซต์ของ Google จะพบรายละเอียดทางเทคนิคที่ซับซ้อนและศัพท์ภาษาอังกฤษเต็มไปหมด หลายบริษัทเลือกแพ็กเกจ Business Starter เพราะราคาถูกที่สุด แต่เมื่อใช้งานจริงไปเพียง 6 เดือน
ลองเช็กดูเล่น ๆ ไหมว่า ในหนึ่งวัน ทีมขายหรือทีมบริการลูกค้า (CS) ของคุณเสียเวลาไปกับการนั่งจ้องหน้าจอเพื่อ “ร่างอีเมลภาษาอังกฤษ” นานแค่ไหน? หลายบริษัทที่ ecom เข้าไปดูแล พบว่าพนักงานต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงต่อวันเพียงเพื่อจะเรียบเรียงประโยคให้ดูเป็นมืออาชีพ หรือพยายามแกะเนื้อหาจากอีเมลโต้ตอบภาษาอังกฤษที่ยาวเหยียดจนอ่านไม่หวาดไม่ไหว หากบริษัทคุณกำลังประสบปัญหานี้อยู่
ทุกปีที่ Google จัดงาน Cloud Next คนส่วนใหญ่มักจะตามข่าวแค่ว่ามีโมเดล AI ตัวใหม่ออกมาอีกกี่ตัว และเก่งขึ้นเท่าไหร่ แต่ปีนี้ประเด็นลึกกว่านั้น เพราะ Google ประกาศชัดว่ายุคของ AI ที่ทำหน้าที่แค่ตอบคำถามกำลังจะจบ
ในยุคที่ทุกแบรนด์แข่งขันกันดึงดูดความสนใจ สิ่งที่จะตัดสินว่าคุณจะถูกจดจำหรือถูกมองข้าม มักขึ้นอยู่กับสิ่งเดียว นั่นคือคุณเล่าเรื่องของตัวเองได้ดีแค่ไหน หลายคนอาจเคยเห็นเทคโนโลยี Projection Mapping หรือผลงาน Immersive & Installation ระดับโลกผ่านโซเชียลมีเดีย หรือเคยได้สัมผัสประสบการณ์แสง สี เสียง
ในยุคที่ข้อมูลถาโถม (Information Overload) การหาคำตอบที่ถูกต้องจากเอกสารนับร้อยหน้าอาจใช้เวลาทั้งวัน ecom ขอเสนอหลักสูตรที่จะเปลี่ยนวิธีการทำงานของทีมคุณไปตลอดกาล ด้วยพลังของ Grounded AI คอร์ส NotebookLM ใช้ AI ย่อยข้อมูลในองค์กร จบในคอร์สเดียว
ยกระดับการทำงานของทีมในยุค AI ผู้เรียนจะได้เรียนรู้การใช้ Gemini ผู้ช่วยอัจฉริยะใน Google Workspace เพื่อลดงานซ้ำซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพ และคุณภาพในการทำงาน ผ่านการบรรยายและการสาธิตการใช้งานจริง ช่วยให้ทีมของคุณใช้งาน Gemini ได้จริงในทุกแอปของ Google