Google เปิดตัว AI ใหม่ชื่อ ‘ลูเมียร์‘ (Lumière) ซึ่งเป็นโมเดลการเรียนรู้ของเครื่องที่สามารถแปลงข้อความหรือรูปภาพให้เป็นวิดีโอที่สมจริงได้ โดยใช้เทคนิคที่เรียกว่า “การแปลงข้อความเป็นภาพและวิดีโอ” (Text-to-Image and Video Synthesis)
ลูเมียร์สามารถทำงานได้ 2 รูปแบบ คือ
-
Text-to-Video: แปลงข้อความเป็นวิดีโอ ตัวอย่างเช่น หากป้อนข้อความ “แมวกำลังวิ่งเล่นในสวน” ลูเมียร์ก็จะสร้างวิดีโอขึ้นมา โดยวิดีโอจะแสดงภาพแมวกำลังวิ่งเล่นในสวนอย่างสมจริง
-
Image-to-Video: แปลงรูปภาพเป็นวิดีโอ ตัวอย่างเช่น หากป้อนรูปภาพแมว ลูเมียร์ก็จะสร้างวิดีโอขึ้นมา โดยวิดีโอจะแสดงภาพแมวเคลื่อนไหวอย่างสมจริง
ลูเมียร์ได้รับการฝึกอบรมบนชุดข้อมูลขนาดใหญ่ของข้อความและวิดีโอ ซึ่งทำให้สามารถสร้างวิดีโอที่สมจริงและน่าเชื่อถือได้
ปัจจุบัน ลูเมียร์ยังอยู่ในช่วงทดลองใช้งาน แต่คาดว่าจะเปิดตัวสำหรับทุกคนภายในปี 2024
จุดเด่นของลูเมียร์
- สามารถแปลงข้อความหรือรูปภาพให้เป็นวิดีโอที่สมจริงได้
- สามารถสร้างวิดีโอได้หลากหลายรูปแบบ เช่น วิดีโอสั้น วิดีโอยาว หรือวิดีโอที่มีการเคลื่อนไหว
- เหมาะสำหรับการใช้งานในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น สื่อบันเทิง การศึกษา และการตลาด
ศักยภาพของลูเมียร์
ลูเมียร์มีศักยภาพที่จะพลิกโฉมวงการสื่อบันเทิง การศึกษา และการตลาด ตัวอย่างเช่น
- สามารถใช้สร้างภาพยนตร์หรือวิดีโอเกมที่สมจริงและน่าตื่นเต้นยิ่งขึ้น
- สามารถใช้สร้างสื่อการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพและเข้าใจง่ายยิ่งขึ้น
- สามารถใช้สร้างโฆษณาที่ดึงดูดใจและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ลูเมียร์จึงเป็นเทคโนโลยีที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง และอาจกลายเป็นเทคโนโลยีที่เปลี่ยนโลกในอนาคต
เจ้าของ SME หลายคนเลือกเปิดใช้งาน Google Workspace ด้วยตัวเอง เพราะเห็นว่าหน้าเว็บไซต์ของ Google สมัครได้ง่ายเพียงไม่กี่ขั้นตอน แค่กรอกข้อมูลและผูกบัตรเครดิตก็เริ่มใช้งานได้ทันที แต่หลังจากผ่านไปสักพัก ปัญหาที่ตามมามักจะเป็นเรื่องการตั้งค่าฟีเจอร์ที่ซับซ้อน การย้ายข้อมูลอีเมลเก่าที่ไม่สมบูรณ์ หรือการติดปัญหาทางเทคนิคใน Admin
วันที่พนักงานลาออก สิ่งที่บริษัทกังวลไม่ใช่แค่การหาคนใหม่มาแทน แต่คือข้อมูลมหาศาลที่อยู่ในบัญชี Google Workspace ของพนักงานคนนั้น ทั้งอีเมลที่คุยกับลูกค้าไฟล์งานสำคัญใน Drive หรือตารางนัดหมายใน Calendar หลายบริษัทชะล่าใจเพราะคิดว่า Google เก็บข้อมูลไว้ให้ 30 วัน
การเลือกแพ็กเกจ Google Workspace ให้บริษัท มักกลายเป็นเรื่องน่าปวดหัวสำหรับเจ้าของธุรกิจหรือผู้บริหาร เพราะเมื่อดูหน้าเว็บไซต์ของ Google จะพบรายละเอียดทางเทคนิคที่ซับซ้อนและศัพท์ภาษาอังกฤษเต็มไปหมด หลายบริษัทเลือกแพ็กเกจ Business Starter เพราะราคาถูกที่สุด แต่เมื่อใช้งานจริงไปเพียง 6 เดือน
ลองเช็กดูเล่น ๆ ไหมว่า ในหนึ่งวัน ทีมขายหรือทีมบริการลูกค้า (CS) ของคุณเสียเวลาไปกับการนั่งจ้องหน้าจอเพื่อ “ร่างอีเมลภาษาอังกฤษ” นานแค่ไหน? หลายบริษัทที่ ecom เข้าไปดูแล พบว่าพนักงานต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงต่อวันเพียงเพื่อจะเรียบเรียงประโยคให้ดูเป็นมืออาชีพ หรือพยายามแกะเนื้อหาจากอีเมลโต้ตอบภาษาอังกฤษที่ยาวเหยียดจนอ่านไม่หวาดไม่ไหว หากบริษัทคุณกำลังประสบปัญหานี้อยู่
ทุกปีที่ Google จัดงาน Cloud Next คนส่วนใหญ่มักจะตามข่าวแค่ว่ามีโมเดล AI ตัวใหม่ออกมาอีกกี่ตัว และเก่งขึ้นเท่าไหร่ แต่ปีนี้ประเด็นลึกกว่านั้น เพราะ Google ประกาศชัดว่ายุคของ AI ที่ทำหน้าที่แค่ตอบคำถามกำลังจะจบ
ในยุคที่ทุกแบรนด์แข่งขันกันดึงดูดความสนใจ สิ่งที่จะตัดสินว่าคุณจะถูกจดจำหรือถูกมองข้าม มักขึ้นอยู่กับสิ่งเดียว นั่นคือคุณเล่าเรื่องของตัวเองได้ดีแค่ไหน หลายคนอาจเคยเห็นเทคโนโลยี Projection Mapping หรือผลงาน Immersive & Installation ระดับโลกผ่านโซเชียลมีเดีย หรือเคยได้สัมผัสประสบการณ์แสง สี เสียง
ในยุคที่ข้อมูลถาโถม (Information Overload) การหาคำตอบที่ถูกต้องจากเอกสารนับร้อยหน้าอาจใช้เวลาทั้งวัน ecom ขอเสนอหลักสูตรที่จะเปลี่ยนวิธีการทำงานของทีมคุณไปตลอดกาล ด้วยพลังของ Grounded AI คอร์ส NotebookLM ใช้ AI ย่อยข้อมูลในองค์กร จบในคอร์สเดียว
ยกระดับการทำงานของทีมในยุค AI ผู้เรียนจะได้เรียนรู้การใช้ Gemini ผู้ช่วยอัจฉริยะใน Google Workspace เพื่อลดงานซ้ำซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพ และคุณภาพในการทำงาน ผ่านการบรรยายและการสาธิตการใช้งานจริง ช่วยให้ทีมของคุณใช้งาน Gemini ได้จริงในทุกแอปของ Google