ตลาด Generative AI ไทย เติบโต 23.46% ต่อปี มูลค่าแตะ 3.8 หมื่นล้านบาทภายในปี 2573
ผู้บริโภคไทยกว่า 35% ใช้ AI ทั้งในชีวิตส่วนตัวและการทำงาน
86% ของผู้บริโภคไทยบอกว่า AI เปลี่ยนประสบการณ์การซื้อของ
99% ของคนทำงานไทยเคยใช้ Gen AI ทำให้ทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น
Generative AI กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในประเทศไทย ขนาดตลาดคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตรายปีที่ 23.46% ส่งผลให้มูลค่าตลาดอยู่ที่ 1,084 ล้านเดอลลาร์ หรือราว 3.8 หมื่นล้านบาท ภายในปี 2573
ผู้บริโภคไทยเริ่มใช้ AI มากขึ้น มากกว่า 1 ใน 3 หรือ 35% ของผู้บริโภคไทยมีแนวโน้มที่จะใช้ AI ทั้งใช้กับชีวิตส่วนตัวและใช้เกี่ยวกับการทำงาน
AI กำลังเปลี่ยนแปลงวิธีการช้อปปิ้งของผู้บริโภคไทย 86% ของผู้บริโภคไทยบอกว่า AI ทำให้ประสบการณ์การซื้อของเปลี่ยนแปลงไป
AI ช่วยให้คนทำงานไทยมีประสิทธิภาพมากขึ้น 99% ของคนทำงานไทยเคยใช้ Gen AI ทำให้ทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ข้อมูลเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า Generative AI กำลังมีบทบาทสำคัญในชีวิตของคนไทย ธุรกิจต่างๆ ควรเริ่มศึกษาและนำ AI มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน พัฒนาสินค้าและบริการใหม่ และตอบสนองความต้องการของลูกค้า
Samsung สรุป 5 เทรนด์ AI ปี 2567 : โอกาสใหม่สำหรับธุรกิจและอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ
1. Generative AI : สร้างสรรค์คอนเทนต์ใหม่
- องค์กรต่างๆ จะนำ Generative AI มาใช้เพิ่มขึ้นจาก 5% เป็น 80% ภายในปี 2569
- ช่วยสร้างสรรค์เนื้อหา รูปภาพ วิดีโอ ดนตรี และอื่นๆ ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
2. BYOAI : เทรนด์ใหม่ในที่ทำงาน
- พนักงานนำ AI ส่วนตัวมาใช้ในการทำงานมากขึ้น
- เครื่องมือ AI ใช้งานง่าย ราคาไม่แพง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
3. แอปพลิเคชั่นอัจฉริยะ : ปรับแต่งเฉพาะบุคคล
- 1 ใน 3 ของแอปพลิเคชั่นจะใช้ AI เพื่อสร้างอินเตอร์เฟชให้ผู้ใช้ปรับแต่งเฉพาะบุคคลได้
- มอบประสบการณ์การใช้งานที่ตรงใจ ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้
4. AI เขียนโค้ด : อนาคตของการเขียนโปรแกรม
- บริษัทซอฟแวร์จะใช้ AI เขียนโค้ด 3 ใน 4 ของงานทั้งหมดภายในปี 2571
- ช่วยลดเวลาและต้นทุนในการพัฒนาซอฟต์แวร์
5. การค้นหาออนไลน์ด้วย AI : แม่นยำ ตรงใจ
- AI ปรับปรุงการค้นหาให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้
- ค้นหาแบบสนทนา ค้นหาด้วยภาพ/วิดีโอ สะดวก รวดเร็ว
โอกาสของธุรกิจ : นำ AI เสริมแกร่ง เพิ่มขีดความสามารถ
- เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
- สร้างสรรค์นวัตกรรม
- เสนอบริการที่เป็นส่วนตัว
เจ้าของ SME หลายคนเลือกเปิดใช้งาน Google Workspace ด้วยตัวเอง เพราะเห็นว่าหน้าเว็บไซต์ของ Google สมัครได้ง่ายเพียงไม่กี่ขั้นตอน แค่กรอกข้อมูลและผูกบัตรเครดิตก็เริ่มใช้งานได้ทันที แต่หลังจากผ่านไปสักพัก ปัญหาที่ตามมามักจะเป็นเรื่องการตั้งค่าฟีเจอร์ที่ซับซ้อน การย้ายข้อมูลอีเมลเก่าที่ไม่สมบูรณ์ หรือการติดปัญหาทางเทคนิคใน Admin
วันที่พนักงานลาออก สิ่งที่บริษัทกังวลไม่ใช่แค่การหาคนใหม่มาแทน แต่คือข้อมูลมหาศาลที่อยู่ในบัญชี Google Workspace ของพนักงานคนนั้น ทั้งอีเมลที่คุยกับลูกค้าไฟล์งานสำคัญใน Drive หรือตารางนัดหมายใน Calendar หลายบริษัทชะล่าใจเพราะคิดว่า Google เก็บข้อมูลไว้ให้ 30 วัน
การเลือกแพ็กเกจ Google Workspace ให้บริษัท มักกลายเป็นเรื่องน่าปวดหัวสำหรับเจ้าของธุรกิจหรือผู้บริหาร เพราะเมื่อดูหน้าเว็บไซต์ของ Google จะพบรายละเอียดทางเทคนิคที่ซับซ้อนและศัพท์ภาษาอังกฤษเต็มไปหมด หลายบริษัทเลือกแพ็กเกจ Business Starter เพราะราคาถูกที่สุด แต่เมื่อใช้งานจริงไปเพียง 6 เดือน
ลองเช็กดูเล่น ๆ ไหมว่า ในหนึ่งวัน ทีมขายหรือทีมบริการลูกค้า (CS) ของคุณเสียเวลาไปกับการนั่งจ้องหน้าจอเพื่อ “ร่างอีเมลภาษาอังกฤษ” นานแค่ไหน? หลายบริษัทที่ ecom เข้าไปดูแล พบว่าพนักงานต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงต่อวันเพียงเพื่อจะเรียบเรียงประโยคให้ดูเป็นมืออาชีพ หรือพยายามแกะเนื้อหาจากอีเมลโต้ตอบภาษาอังกฤษที่ยาวเหยียดจนอ่านไม่หวาดไม่ไหว หากบริษัทคุณกำลังประสบปัญหานี้อยู่
ทุกปีที่ Google จัดงาน Cloud Next คนส่วนใหญ่มักจะตามข่าวแค่ว่ามีโมเดล AI ตัวใหม่ออกมาอีกกี่ตัว และเก่งขึ้นเท่าไหร่ แต่ปีนี้ประเด็นลึกกว่านั้น เพราะ Google ประกาศชัดว่ายุคของ AI ที่ทำหน้าที่แค่ตอบคำถามกำลังจะจบ
ในยุคที่ทุกแบรนด์แข่งขันกันดึงดูดความสนใจ สิ่งที่จะตัดสินว่าคุณจะถูกจดจำหรือถูกมองข้าม มักขึ้นอยู่กับสิ่งเดียว นั่นคือคุณเล่าเรื่องของตัวเองได้ดีแค่ไหน หลายคนอาจเคยเห็นเทคโนโลยี Projection Mapping หรือผลงาน Immersive & Installation ระดับโลกผ่านโซเชียลมีเดีย หรือเคยได้สัมผัสประสบการณ์แสง สี เสียง
ในยุคที่ข้อมูลถาโถม (Information Overload) การหาคำตอบที่ถูกต้องจากเอกสารนับร้อยหน้าอาจใช้เวลาทั้งวัน ecom ขอเสนอหลักสูตรที่จะเปลี่ยนวิธีการทำงานของทีมคุณไปตลอดกาล ด้วยพลังของ Grounded AI คอร์ส NotebookLM ใช้ AI ย่อยข้อมูลในองค์กร จบในคอร์สเดียว
ยกระดับการทำงานของทีมในยุค AI ผู้เรียนจะได้เรียนรู้การใช้ Gemini ผู้ช่วยอัจฉริยะใน Google Workspace เพื่อลดงานซ้ำซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพ และคุณภาพในการทำงาน ผ่านการบรรยายและการสาธิตการใช้งานจริง ช่วยให้ทีมของคุณใช้งาน Gemini ได้จริงในทุกแอปของ Google